ข่าวกีฬา แนวรุกย่ำแย่, ดาวรุ่งไม่ปัง ! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล แพ้คาบ้าน อตาลันต้า

ข่าวกีฬา ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมที่เปิดรังแอนฟิลด์ แพ้ อตาลันต้า 0-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดที่ 4 เมื่อวันพุธที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้พวกเขายังต้องลุ้นในการผ่านเข้ารอบ 16 ทีาสุดท้ายต่อไป

ข่าวกีฬา

ข่าวกีฬา “หงส์แดง” มักจะทำผลงานได้ดีเยี่ยมในเกมลีกที่เล่นในแอนฟิลด์ แต่กลับเกมยุโรปฟอร์มคนละเรื่อง และมาโดนทีมเยือนจัดการซัด 2 ประตูจาก  โจซิป อิลิซิช กับ โรบิน โกเซ่นส์  ส่งผลให้เจ้าบ้านต้องพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บปวดในแมตช์นี้

สำหรับสถานการณ์ในเวลานี้แข่งไปแล้ว 4 นัด ลิเวอร์พูล มี 9 คะแนนนำจ่าฝูง ส่วน อตาลันต้า มี 7 คะแนน เท่ากับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แต่ลูกได้เสียเป็นรองทำให้รั้งอันดับ 3 โดยมี มิดทิลแลนด์ ที่รั้งบ๊วยยังไม่มีแต้ม

1. ซาลาห์ สภาพร่างกายยังไม่ฟิต

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เล่นไม่เข้าฟอร์มจริงๆ ในเกมนี้ แต่ก็อาจจะอ้างได้ว่านักเตะเพิ่งจะหายจากอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ฟอร์มยังไม่คงเส้นคงวา แถมสภาพความฟิตก็ดูเหมือนยังไม่เต็มร้อย แต่ที่ คล็อปป์ จับลงสนามเพราะต้องการให้เขาได้เรียกความคุ้นเคยเกมกลับมาอีกครั้ง

ปกติ “บังโม” มักจะจับบอลติดเท้า แต่ในเกมนี้เขากลับแตะบอลจังหวะแรกไม่ดี การยืนตำแหน่งก็ผิดพลาด แถมช่วงต้นเกม ซาลาห์ จ่ายคืนหลังพลาดกลายเป็นส่งให้ โจซิป อิลิซิช ลากไปซัดนอกกรอบแต่บอลหลุดเสาออกไป ซึ่งหากเป็น สตาร์อียิปต์คนเดิม เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน

หากมองจากความเป็นจริงต้องบอกว่า ซาลาห์ มีสภาพร่างกายที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย จังหวะการเข้าปะทะกับคู่แข่งก็ทำไม่ดี ด้วยเหตุนี้ คล็อปป์ น่าจะเลือกให้เขาเป็นตัวสำรองมากกว่าเป็นตัวจริงในเกมนี้ ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะถูกส่งมาแทน ดาวเตะแดนมัมมี่ หลังเกมผ่านไป 1 ชั่วโมง

2. ดาวรุ่นผลงานยังน่าเป็นห่ว

จากสถิติที่ของออปต้าโจ (optajoe) ระบุว่า ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมแรกต่อจาก อาร์เซน่อล ที่ส่ง 3 นักเตะดาวรุ่งชาวสหราชอาณาจักรลงสนามเป็นตัวจริงในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นับตั้งแต่ปี 2009 แต่ดูเหมือนว่าแข้งวัยละอ่อนของพวกเขายังทำผลงานไม่ค่อยน่าอภิรมย์ซักเท่าไหร่

เคอร์ติส โจนส์, รีส วิลเลี่ยมส์ และ เนโก วิลเลี่ยมส์ ทั้งหมดอายุ 19 ปี ได้รับโอกาสสำคัญได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลถ้วยยุโรป เนื่องจากนักเตะตัวหลักของ “เดอะ เร้ดส์” โดนอาการบาดเจ็บพรากไปหลายแมตช์

อย่างไรก็ตามฟอร์มของพวกเขาในเกมนี้ไม่ค่อยน่าประทับใจซักเท่าไหร่ เริ่มที่ ริส วิลเลี่ยมส์ ยังไม่สามารถประสานงานได้อย่างลงตัวกับ โฌแอล มาติป โดยมีหลายครั้งที่เขาวิ่งหลุดตำแหน่ง และมีส่วนกับจังหวะที่ทีมเสียประตูที่สองให้กับ อตาลันต้า

ขณะที่ตำแหน่งแบ็กขวา เนโก อาจจะเล่นเกมรับได้ดีพอใช้ได้ แต่ในส่วนของเกมรุกต้องบอกว่าน่าผิดหวังเมื่อเทียบกับ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่มักจะเติมเกมบุก และมีทีเด็ดในการเปิดบอลจากด้านข้างเพื่อให้ทีมมีลุ้นในการทำประตู

ส่วน โจนส์ ที่ยืนปักหลักในแผงมิดฟิลด์ร่วมกับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ เจมส์ มิลเนอร์ ถือว่าทำผลงานได้ย่ำแย่ ไม่สามารถช่วยทีมในการเจาะแนวรับทีมเยือนได้เลย

3. เกมรุกที่ขาดความเฉียบคม

คล็อปป์ ยังคงเลือกใช้ระบบ 4-3-3 ในแมตช์นี้ ซึ่งเป็นแท็กติกที่เขาใช้เป็นประจำ แต่สำหรับเกมรับมือ อตาลันต้า ดูเหมือนแนวรุกของทีมจะฟอร์มฝืดสุดๆ ไม่ใช่เพราะระบบไม่ดีแต่น่าจะเป็นการจัดวาง 3 ประสานที่เล่นไม่เข้ากันเลยในเกมนี้

นายใหญ่ชาวเยอรมัน เลือกใช้งาน ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ ดิว็อค โอริกี้ ทำหน้าที่ไล่ล่าตาข่ายอาคันตุกะจากเมืองแบร์กาโม่  ซึ่งหากมองตามหน้าเสื่อแล้วชื่อชั้นของนักเตะทั้ง 3 คนน่าจะเพียงพอที่จะการันตีได้ว่า “หงส์แดง” จะมีประตูในแมตช์นี้

อย่างไรก็ตามสามประสานในเกมนี้ทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ผิดหวังมากๆ เพราะพวกเขามีโอกาสยิงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นจาก “โม ซาลาห์” และไม่เข้ากรอบเลย ซึ่งเรื่องแบบนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นในยุคที่ คล็อปป์ กุมบังเหียนยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์

สำหรับในรายของ มาเน่ กับ ซาลาห์ แม้เกมนี้จะเล่นไม่ออก แต่ก็คงไม่โดนตำหนิอะไรมากนัก ส่วน โอริกี้ คงต้องยอมรับว่าเวลาของเขากับการลงเล่นตัวจริงให้ ลิเวอร์พูล เหลือน้อยเต็มที สงสัยมนต์แห่งมหาเทพของดาวเตะชาวเบลเยียม จะค่อยๆ หมดไปซะแล้ว

4. มองข้ามประโยชน์ของ มินามิโนะ 

ทาคูมิ มินามิโนะ  อาจจะต้องสร้างผลงานชนิดที่น่าเหลือเชื่อเพื่อให้ คล็อปป์ เลือกเขาลงเป็นตัวจริง เพราะขนาดในเกมที่ดูเหมือนว่า “หงส์แดง” ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทมากนักอย่างแมตช์รับมือ อตาลันต้า นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช ยังมองข้ามที่จะใช้งานเขาลงเล่น

แนวรุกทีมชาติญี่ปุ่น ดูเหมือนจะได้รับโอกาสมากขึ้นในช่วงต้นซีซั่นนี้ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นพร้อมกับยิง 1 ประตูในเกมชิงโล่การกุศล แชร์ริตี้ ชิลด์ และยังซัด 2 ประตูในศึกคาราบาว คัพ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวยังมีฟอร์มไม่ถูกใจ คล็อปป์ ซักเท่าไหร่

ขนาดในช่วงที่ ฟีร์มีโน่ ฟอร์มตก และแนวรุกมีปัญหาบาดเจ็บ มินามิโนะ ก็ยังคงต้องนั่งดูเพื่อนเล่นอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง สำหรับในเกมรับมือ อตาลันต้า แน่นอนว่า “เดอะ เร้ดส์” มี 9 คะแนนเป็นจ่าฝูงกลุ่ม ดี และสถานการณ์ค่อนข้างผ่อนคลาย ซึ่งแน่นอนว่ามีโอกาสที่เขาจะได้ลงเล่นตัวจริง

สุดท้าย คล็อปป์ ยังคงจับนักเตะเป็นตัวสำรองเหมือนเดิม ก่อนจะเปลี่ยนตัวลงมาในช่วง 5 นาทีสุดท้าย แน่นอนว่าเวลาเพียงแค่นั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เขางัดฟอร์มเก่งออกมาได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มินามิโนะ คงจะต้องอดทนรอโอกาสของเขาต่อไป

5. สถานการณ์กลุ่ม ดี ยังเปิดกว้าง

หาก “หงส์แดง” สามารถเอาชนะที่แอนฟิลด์ได้ในเกมนี้ คงจะเพียงพอทำให้พวกเขาได้ลอยลำเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ในเมื่อทีมพ่ายแพ้ กอปรกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จัดการดับว่า มิดทิลแลนด์ นั่นหมายความว่าทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ยังไม่การันตีการเข้ารอบน็อกเอาต์

สำหรับเกมต่อไปพวกเขามีคิดเปิดบ้านรับมือ อาแจ็กซ์ ในวันอังคารที่ 1 ธันวาคมนี้ จากนั้นต้องเดินทางไปเยือน มิดทิลแลนด์ ที่ประเทศเดนมาร์ก ในอีกสัปดาห์หลังจากนี้ ฉะนั้นพวกเขาจะต้องมีสมาธิกับทั้งสองเกมนี้อย่างมาก หากไม่อยากจะน้ำตาตกในรอบแบ่งกลุ่ม

แม้ว่า ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะแค่ 1 เกมจาก 2 แมตช์ที่เหลืออยู่ก็จะการันตีการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ แต่การที่ คล็อปป์ นำทีมแพ้คาบ้านในแมตช์นี้ถือว่าน่าผิดหวังมากๆ เพราะพวกเขาเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ไร้พ่ายในเกมลีก 64 แมตช์ติดต่อกันที่แอนฟิลด์

ฉะนั้นในแมตช์ต่อไปที่ต้องรับมือ อาแจ็กซ์ พวกเขาจะต้องเรียกศรัทธาในบ้านสำหรับเกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปกลับคืนมาอีกครั้ง

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.wgbcreations.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *