ข่าวบอล แซงแมนยูขึ้นจ่าฝูง! เลสเตอร์ฟอร์มแจ่มอัดเชลซี-แลมพ์สส่อโดนเด้งอีก

ข่าวบอล “จิ้งจอกสยาม” สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเปิด คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไล่อัด เชลซี ไปแบบสนุก 2-0 คว้าสามแต้มแซง “ผีแดง” หนึ่งคะแนนขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราวด้วยการมี 38 คะแนน ส่วน “สิงห์บลูส์” รั้งอันดับ 8 ส่วนอนาคตของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีโอกาสโดนเด้งสูงหลังพาทีมพ่ายไปถึง 6 นัดแล้ว
สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ข่าวบอล พรีเมียร์ลีก คู่ “บิ๊กแมตช์” เมื่อคืนวันอังคารที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่างอดีตแชมป์พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 3 เปิดคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เชลซี อันดับที่ 7

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เกมนี้หากพาทีมคว้าชัยได้จะแซง แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำจ่าฝูงชั่วคราว เกมนี้ใช้ 11 ผู้เล่นชุดเดิมจากที่คว้าชัยเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน มาได้ เจมี่ วาร์ดี้ ยืนหน้าเป้ามีตัวรุกคอยสนับสนุนทั้ง มาร์ค อัลไบรท์ตัน, เจมส์ แมดดิสัน และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์

ส่วนทางแฟร้งค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนถึง 4 ตำแหน่งจากเกมล่าสุด ไค ฮาแวร์ตซ์ กลับมาเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ คริสเตียน พูลิซิช และคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ส่วน ติโม แวร์เนอร์ ถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง

เริ่มครึ่งแรกมาได้แค่ 7 นาที “จิ้งจอกสยาม” ทะยานขึ้นนำเร็วก่อนเลย 1-0 บอลจากมุมธง อัลไบรท์ตัน เล่นสั้นกับแมดดิสัน ก่อนบอลจะคืนมาให้ อัลไบรท์ตัน หลุดเข้าไปถึงเส้นหลังแล้วหักเข้ามาให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ยิงไม่เต็มเท่าปลิ้นไปเข้าทาง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ วิ่งมาซัดเปรี้ยงจากแถวสองบอลพุ่งติดไซด์เบียดเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นประตูแรกของห้องเครื่องชาวไนจีเรี่ยนในซีซั่นนี้

นาที 16 “สิงห์บลูส์” เกือบพลาดท่าเสียเม็ดที่สอง หลัง ติโมธี คาสตานเญ่ ตะลุยขึ้นมาทางขวาเล่นชิ่งกับ อัลไบรท์ตันก่อนที่ คาสตานเญ่ จะไหลคืนหลังให้ เจมส์ แมดดิสัน ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งไปชนคานอย่างอย่างน่าเสียดาย

โอกาสลุ้นหนแรกของ เชลซี ต้องรอถึงนาทีที่ 20 จังหวะเล่นของ รีซ เจมส์ ชิ่งกับ ฮัดสัน-โอดอย ก่อนที่ เจมส์ จะหลุดเข้าไปซัดมุมแคบบอลพุ่งแสกก่อนโดนมือ ชไมเคิ่ล ออกหลัง

อีกไม่ถึงนาทีถัดมา จากลูกเตะมุมต่อเนื่อง เมสัน เมาน์ท เปิดมาให้ ติอาโก้ ซิลวา เทกตัวโขกเต็มหัวแต่ยังเป็น คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล เซฟบอลออกไปได้อีกครั้ง

นาที 26 เลสเตอร์ ได้ลุ้นอีกครั้ง บาร์นส์ เคาะให้ มาร์ค อัลไบรท์ตันซัดนอกกรอบบอลพุ่งติดไซด์แต่ยังไม่ผ่านมือ เอดูอาร์ เมนดี้ ปัดเหินคานหวุดดหวิด

นาที 32 เชลซี ตอบโต้สวนกลับขึ้นมาบ้าง พูลิซิช เล่นชิ่งกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่ปีกชาวมะกันจะเลี้ยงจี้เข้าหน้าประตูแล้วไหลออกขวาให้ ฮัดสัน-โอดอย ซัดไปเข้าข้างตาข่าย

“เดอะ ฟ็อกซ์” ไม่สนใจปั้นเกมรุกโจมตีมาทันควัน นาที 34 เกือบได้เม็ดที่สองอีก หลัง มาร์ค อัลไบรท์ตัน ตักบอลข้ามหัวแนวรับเชลซีให้ เจมี่ วาร์ดี้ สปีดเข้าไปก่อนจะพยายามยกบอลข้ามหัวนายด่านสิงห์ แต่ยังติดเซฟของ เอดูอาร์ เมนดี้

นาที 38 จอนนี่ อีแวนส์ เข้าบอลช้าไปตัดขาคริสเตียน พูลิซิช ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ทว่าเจ้าบ้านรอดตัวหลัง VAR เช็กว่าจุดเกิดเหตุเกิดนอกเขตโทษเท่าให้ “สิงห์บลูส์” ได้ลุ้นแค่ฟรีคิก ก่อนที่ เมสัน เมาน์ท จะปั่นฟรีคิกเหินคานออกไปไกล

เมื่อทำไม่ได้ กลายมาโดน เลสเตอร์ พังประตูออกนำห่างเป็น 2-0 ทันที จากจังหวะในนาที 42 ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ วางขึ้นหน้า บอลตกพื้นเลย เจมี่ วาร์ดี้ ที่เสียหลักแต่ยังเลยไปเข้าทางปืน เจมส์ แมดดิสัน ที่ยืนโล่งๆซัดบอลผ่านตัว เมนดี้ เข้าไป

จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ขึ้นนำ เชลซี 2-0

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง นาที 50 อับไบรท์ตัน เปิดมาเสาไกลให้ เจมส์ จัสติน ที่เติมขึ้นสูงได้โขกโล่งๆ แต่เจ้าตัวกดลงพื้นไปเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

รูปเกมยังเป็น เลสเตอร์ ที่ทำกันได้ดีกว่า นาที 55 เกือบได้เม็ดที่สามนำโด่งหลัง มาร์ค อัลไบรท์ตัน ส่งไปซุกก้นตาข่ายแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นล้ำหน้าไปก่อนพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

อีกสองนาทีต่อมา “จิ้งจอกสยาม” ได้หลุดเข้าไปส่องอีกคราวนี้เป็น ยูริ ตีเลมันส์ ที่ได้ซัดมุมแคบแต่ยังไปโดน เอดูอาร์ เมนดี้ ออกมาขวางเซฟไว้ได้ทัน

นาที 67 แลมพาร์ด ปรับแท็คติกบ้างด้วยการเปลี่ยนเอา ฮาคิม ซิเย็ค ลงไปเล่นแทน ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนอีกนาทีต่อมาจะส่ง ติโม แวร์เนอร์ ลงไปเล่นแทน คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย

ท้ายเกม นาที 86 ฮาคิม ซิเย็ค เปิดฟรีคิกเข้ามาหน้ากรอบให้ ติโม แวร์เนอร์ จิ้มบอลเปลี่ยนทางเข้าไป ทว่าไลน์แมนสาวยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าของ แวร์เนอร์ก่อนทำให้ทีมเยือนชวดได้ประตูตีไข่แตก

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังไล่บดเอาชนะ เชลซี 2-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 38 คะแนน พร้อมแซง “ผีแดง” หนึ่งคะแนนขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว ส่วน “สิงห์บลูส์” แพ้เป็นเกมที่ 6 รั้งอันดับ 8 มี 29 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ติโมธี คาสตานเญ่, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, จอนนี่ อีแวนส์, เจมส์ จัสติน – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลมันส์ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ริคาร์โด้ เปเรยร่า น.77), เจมส์ แมดดิสัน (อโยเซ่ เปเรซ น.76), ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้ (เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ น.88)

ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เบน ชิลล์เวลล์ – ไค ฮาแวร์ตซ์ (ฮาคิม ซิเย็ค น.67), มาเตโอ โควาซิช, เมสัน เม้าน์ท – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (ติโม แวร์เนอร์ น.68), แทมมี่ อับราแฮม, คริสเตียน พูลิซิช

ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

 

ขอบคุณข่าว : https://www.siamsport.co.th/
สนใจสมัคร ติดต่อ : https://www.wgbcreations.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *